header7.png
หน้าแรก
ถอดหัวใจนักพัฒนา CMS คนไทย หนึ่งในทีมงานพัฒนาระดับโลก พิมพ์ ส่งเมล
  Mambo เป็นโปรแกรม CMS ตัวหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มี “อัครวุฒิ ตำราเรียง” ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ดิจิแลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้ดูแลเว็บไซต์ แมมโบฮับดอทคอม www.mambohub.com เป็นผู้บุกเบิกในการพัฒนาจนได้รับเลือกเป็น 1 ในทีมงานพัฒนาหลักของโปรแกรมนี้ในระดับโลก
ดังนั้น มุมมองต่อการพัฒนา CMS ในประเทศไทย จะเป็นอย่างไร และคนไทย ควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อโปรแกรม CMS ของ “อัครวุฒิ” มีประเด็นที่น่าสนใจหลายเรื่อง


           “อัครวุฒิ  ตำราเรียง”
IT Exclusive: ที่มาที่ไปก่อนมาเป็น ทีมพัฒนาหลักของ Mambo Steering Committee: MSC

อัครวุฒิ: ก่อนอื่นคงต้องอธิบายที่มาของ MSC ว่า เขาคัดเลือกมาจากชุมชนแมมโบที่มีอยู่ทั่วโลก เข้ามาอยู่ในทีม ผมได้เข้ามาอยู่ในทีมที่พัฒนาแกนหลัก MSC ต่อมาจึงจะเลือกจากหัวหน้าทีมที่พัฒนาคอร์ ดีเวลลอปเปอร์ มีการทรานสเลชั่น (การแปลภาษา) คิวซี และ ด็อกคิวเมนท์ แล้วเลือกขึ้นมาจากสมาชิกในกลุ่ม โดยใน MSC ก็จะมีการเลือกหัวหน้าอีกขั้นหนึ่ง เพื่อขึ้นไปนั่งในคณะกรรมการของมูลนิธิแมมโบ
ทั้งนี้ ผมเป็นหัวหน้าทีมของแมมโบด้านทรานสเลชั่น คือ การโลคัลไลซ์
(Localized) ตัวแมมโบให้เป็นภาษาท้องถิ่นของประเทศต่างๆ คอยประสานงาน และสร้างทีมทำงาน กรณีที่มีเวอร์ชั่นใหม่ออกมาก็ต้องมีการถ่ายทอด ให้คนแปลที่ไม่ถนัดโปรแกรมมิ่ง ได้รู้ว่ามีวิธีการแปลอย่างไร และควรต้นเริ่มจากตรงไหนก่อน เป็นต้น   
IT Exclusive:
หน้าที่หลักของ MSC ต้องทำอะไรบ้าง

อัครวุฒิ: MSC จะเป็นผู้ที่กำหนดทิศทางการพัฒนาของแมมโบ ว่าฟีเจอร์ที่คนต้องการเราจะใส่เข้าไปหรือไม่ หรือกำหนดแนวทางในการพัฒนาแต่ละเวอร์ชั่นที่ชัดเจนออกมา เช่น ขณะนี้ มีการกำหนดไปถึง 5.1 จากที่ใช้ทดสอบตอนนี้ คือ 4.6 ก็มีทีมที่พัฒนาไปล่วงหน้าแล้วในเวอร์ชัน 5.0 หรือ 5.1 เพื่อดูว่ามีปัญหาอะไรในการใช้งานบ้าง เพราะในแต่ละเวอร์ชันไม่สามารถเปลี่ยนเทคโนโลยีทั้งหมดได้ ต้องค่อยๆ ทำไปทีละขั้น
บางเวอร์ชันต้องมีการรื้อโครงสร้างที่จะกระทบกับผู้ใช้เดิม จึงต้องค่อยๆ อัพเดทฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้าไป ให้ผู้ใช้ค่อยๆ ทะยอยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อีกทั้ง บางเทคโนโลยีตัวโฮสต์ติ้งเองก็ยังไม่ยอมรับจึงเอาใช้งานไม่ได้ รวมทั้ง เทคโนโลยีภาษาต้องเอามาคัดเลือกว่าจะใช้อะไร เช่น ทีมล่าสุดที่เข้ามาพัฒนาก็เลือก
“เอ็ดเทค” ที่เป็นโอเพนซอร์ส เหมือนกับลีนุกซ์ แต่มีการพัฒนาเพิ่มแทนที่จะใช้โปรแกรมการแปลจากภายนอก เขาก็เอามาสร้างไว้ภายในตัวแมมโบเลย




IT Exclusive: จริงๆ แล้ว แมมโบ (Mambo) คืออะไร

อัครวุฒิ: แมมโบ (Mambo) เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการบริหารจัดการคอนเทนท์บนเว็บไซต์ (Content Management System: CMS) ที่มีคนถามกันมาก คือ แตกต่างจากโปรแกรม Front Page หรือ DreamWeaver ที่ใช้ในการออกแบบเว็บไซต์อย่างไร แมมโบแตกต่างตรงที่มีระบบมารองรับ อาทิ ระบบจัดการสมาชิก จัดการแบนเนอร์ การอัพเดทข่าวสาร แต่ Front Page หรือ DreamWeaver จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ดีไซน์หน้ากากของเว็บไซต์ จึงถือว่าเป็นตัวช่วยเสริมกันมากกว่า
หากคนที่ใช้ Front Page หรือ DreamWeaver ทำเว็บไซต์ หากต้องการระบบสมาชิกก็จำเป็นต้องเขียนระบบขึ้นมาเอง เว็บบอร์ด แมมโบมี Add On ขึ้นมาให้เลย เหมาะกับคนที่ไม่เก่งด้านโปรแกรมมิ่ง หรือ คนที่เก่งทางด้านการออกแบบก็สามารถมีทั้งระบบได้ง่ายขึ้น ทำให้การออกแบบเป็นเท็มเพลตได้เลย กลุ่มผู้ใช้งานแมมโบส่วนมากจะเป็นคนที่ใช้ทำอินทราเน็ต เนื่องจากมีผู้ใช้งานมากทั้งมหาวิทยาลัย และองค์กรธุรกิจ เช่น ฮอนด้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ หรือ กรมปศุสัตว์ ก็เพิ่งเซ็นสัญญาทำ เพราะเป็นองค์การที่มีหน่วยงานย่อยจำนวนมาก
การใช้ Front Page หรือ DreamWeaver แต่ละองค์กรจำเป็นต้องจ่ายเงิน เพื่อซื้อลิขสิทธิ์การใช้งานแก่หน่วยงานย่อยต่างๆ จึงถือว่าปัจจุบันมีการใช้งานแมมโบมากขึ้น ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากมีแมมโบเวอร์ชันภาษาไทย โดยทำเป็นอินเทอร์เฟซด้านหน้าให้เป็นภาษาไทย เนื่องจากเวลาเดินสายไปอบรมการใช้แมมโบก็จะไปเจอคนที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ เห็นแล้วต้องส่ายหน้า เพราะใช้อินเทอร์เฟซภาษาอังกฤษ เช่น ตอนไปอบรมให้ตำรรวจภูธร ภาค 7 ด้วยเมนูภาษาอังกฤษก็คิดว่า จะใช้งานง่ายพอเขามาใช้ ก็แทบไม่อ่านไม่สนใจใช้ เลยต้องทำเป็นภาษาไทยให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนกับว่า “เป็นการเติมคำในช่องว่าง” จึงใช้ง่ายขึ้น
ตามมหาวิทยาลัยก็มีการเอาตัวที่เป็นภาษาไทยไปใช้สอน หรือให้หน่วยงานอื่นเอาไปใช้งาน อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย มหาวิทยาลัยบูรพา ก็มีการนำเอาตัวนี้ไปใช้ในการเรียนการสอนเช่นกัน  ส่วน ทางชุมชนของแมมโบฮับ (www.mambohub.com) มีการอบรมทุกเดือนอยู่แล้ว โดยมีการร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า อบรมให้กับภาครัฐ หากหน่วยงานใดมีหน่วยงานย่อยๆ มากซิป้าก็จะให้งบประมาณในการอบรม อาทิ ตำรวจภูธรภาค 3  ก็เพียงจัดสถานที่ในการอบรมค่าวิทยากรซิป้าจ่ายให้หมด
IT Exclusive: แล้วความก้าวหน้าการใช้งานแมมโบ ขณะนี้ ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว เนื่องจากได้รางวัลมา 3 ปีซ้อน

อัครวุฒิ: เราเพิ่งได้รางวัลจากงานลีนุกซ์ เวิล์ด ที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค. 2549 ที่ผ่านมา สาขา Best Open Source Software Solution ที่เพิ่งมีรางวัลดังกล่าวในปีนี้ สำหรับงานประกวดที่เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกานั้นที่ผ่านมาไม่มี CMS ตัวใดได้รางวัล แต่ก่อนหน้านี้ เคยได้รางวัลในตัวที่ชื่อว่า “อาพาช” เป็นลีนุกซ์เหมือนกันเป็นเทคโนโลยีตัวใหม่ ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วม ลักษณะแบบมูฟบ็อกซ์แอพพลายแอนซ์ คนที่อยากได้แมมโบไปใช้ เวลาที่ติดตั้งเมื่อไปดาวน์โหลดมาจะได้ทั้งดาต้าเบส ระบบปฏิบัติการ (โอเอส) และแมมโบ มาในตัวเดียวกัน ดังนั้น ตรงนี้จึงเรียกว่า แอพพลายแอนซ์ นั่นเอง
IT Exclusive:
จุดเด่นที่ทำให้แมมโบได้รางวัลอยู่ตรงไหน

อัครวุฒิ: ความง่ายในการใช้งาน คนที่ตอบรับมากก็คือ คนที่ไม่ได้มีงานที่เกี่ยวข้องด้านไอที และนักพัฒนาที่ทำตัวเสริม อาทิ เว็บบอร์ด แกลลอรี เพย์เมนท์ เกตเวย์ และช้อปปิ้ง การ์ด ก็เพิ่มเข้ามาได้
IT Exclusive:
อุปสรรค์ในการใช้งานแมมโบในประเทศไทยมีอะไรบ้าง

อัครวุฒิ: อุปสรรคที่พบในประเทศไทยเท่าที่เจอ ได้แก่ ทำๆ อยู่แล้วนักพัฒนาท้อ เพราะตอนที่ทำขึ้นมาแจกกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง แต่มีคนมาเอาเครดิตของนักพัฒนาคนนั้นออก แล้วใส่ชื่อของเขาเข้าไปแทน ทั้งที่ตัวคนที่สวมรอยเหล่านั้น ไม่มีการเข้ามาสนับสนุน หรือ บริจาคในการพัฒนาให้แมมโบตัวนี้อยู่ต่อได้ หรือ ไม่คำนึงว่าคนพัฒนาเองก็ต้องกินต้องใช้ เท่าที่เจอก็มีหลายหน่วยงานโหลดตัวนี้ไปใช้ แล้วเขาก็ไปรับโครงการจากภาครัฐมา โดยจากการที่เขาได้วางระบบและอบรม เขาได้เงินตรงนั้นแต่พอมีปัญหากลับบอกให้คนเรียน เข้ามาถามที่แมมโบฮับ ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยในงานเหล่านั้นก็ต้องตอบ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจอะไรที่จะตอบเมื่อเข้ามาถาม
ทั้งนี้ เขาก็น่าให้เครดิต หรือเข้าได้เงินมาก็เอามาสนับสนุนเราบ้าง แต่เราก็วางแผนว่าจะจัดงานนัดพบทุก 2 เดือน โดยนำเงินที่ได้จากการทำโครงการต่างๆ ตัดมาบางส่วนเพื่อชุมชน เพื่อสร้างให้นักเรียนที่เคยเรียนกับเราได้อัพเดทเทคโนโลยี มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการเอาแมมโบไปลงในระบบองค์กร ให้เป็นแนวทางสำหรับคนอื่นๆ รู้ว่าแมมโบตัวเดียว เอาไปประยุกต์ใช้ได้หลายอย่าง อาทิ ระบบอินทราเน็ตของโรงพยาบาลธัญญารักษ์ ที่เอาไปใช้มากมาย หากไม่เอามาจัดงานว่าทำอะไรได้บ้างก็ไม่มีใครรู้ เพราะที่เราเห็นเป็นระบบด้านนอก ทั้งที่เป็นอะไรที่มากกว่าอินเทอร์เน็ต
IT Exclusive:
เงินสนับสนุนที่ได้มากจากการรับงานในโครงการต่างๆ อย่างเดียวหรือไม่

อัครวุฒิ: ถ้าในต่างประเทศเงินสนับสนุนจะมาจากการบริจาค ส่วนเมืองไทยที่ทำอยู่ตอนนี้ รายได้มาจากการอบรม ก็จะเอามาสนับสนุนทีมงานและค่าใช้จ่ายต่างๆ หรือการวางระบบเว็บไซต์ ที่จะแบ่งงานให้นักพัฒนาไปทำ เขาก็ได้งานได้เงินตรงนั้น และรายได้บางส่วนก็เอากันไว้ใช้บริหารงานส่วนกลาง
IT Exclusive: คิดอย่างไรกับการที่คนพูดว่า “โอเพนซอร์สเป็นของฟรี” 

อัครวุฒิ: เรื่องนี้คงต้องใช้เวลาในการให้ความรู้กับคนทั่วไปค่อนข้างมาก หากเอาเรื่องโอเพนซอร์สไปเทียบกับน้ำแล้ว โอเพนซอร์สเหมือนน้ำฝนที่หากอยากใช้ฟรี เราต้องไปหาภาชนะมารองรับเอง ส่วนซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์จะเหมือนกับน้ำที่ขายในร้านสะดวกซื้อ เขาบรรจุลงขวดพร้อมดื่มเรียบร้อยแล้วก็ต้องเสียเงิน โอเพนซอร์สเราสามารถแก้ไขทุกอย่างได้เองหมด แต่บริการที่ไปใช้เขาทำให้เรานั่นเป็นเรื่องที่ต้องจ่าย โอเพนซอร์สเป็นแค่การเปิดซอร์สโค้ดให้เอาไปพัฒนาต่อได้ แต่บางตัวก็มีลิขสิทธิ์เมื่อเอาไปใช้ก็ต้องจ่ายเงิน

ก็เคยเจอเหมือนกันว่า มีคนโหลดเอาไปใช้แล้วแอด MSN เข้ามาถามผมว่า “มีปัญหาลืมรหัสผ่านควรแก้อย่างไร” เราก็ได้แต่ตอบไปว่า “ปัญหาทุกอย่างที่ถามมามีคำตอบอยู่ในเว็บบอร์ดอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นปัญหาทั่วไปที่คนมักถาม ตอบไปแบบนี้เขาก็ไม่พอใจย้อนถามเราว่า “ทำไม่ต้องให้เขาไปหาอีก ที่ถามเพราะต้องการให้ตอบเลย” ทั้งที่ผมเองก็งานยุ่ง นั่นไม่ได้หมายความว่าเราต้องบริการตลอด 24 ชั่วโมงเสมอไป ทั้งนี้ เรื่องบริจาคเคยลองแปะประกาศบนเว็บไซต์อยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยได้เงินจากตรงนี้มาสักบาท
IT Exclusive: คาดหวังกับอนาคตของชุมชนแมมโบในประเทศไทยอย่างไรบ้าง

อัครวุฒิ: ที่เราวางแผนกันไว้ก็คือการสร้างตลาดกลุ่มออกแบบ ด้วยการให้เขาทำเท็มเพลตออกไปขาย โดยที่เราสร้างเอ็นจิ้นตรงกลางไว้ให้ เพราะว่าการออกแบบเมืองไทยไม่แพ้ต่างชาติอยู่แล้ว เวลามีจัดอบรมเท็มเพลตเราก็เชิญคนที่ทำงานออกแบบกลุ่มนี้เข้ามาร่วมกับเรา แล้วเราจะขายออกไปให้ รวมทั้งการพัฒนาตัวเพิ่ม (แอดออน) เติมเฉพาะด้าน แต่ว่าทำยากมากเพราะต้องให้คนที่มีใจโอเพนซอร์สเหมือนกัน ที่ผ่านมามีแต่ถามว่าให้ทำอะไร จ้างเท่าไหร่
แต่เขาไม่ได้มองระยะยาวว่าตัวคอมโพเนนต์ อาทิ Help Desk ทำออกมาขายได้ไหม ทำเป็นจำนวนมากๆ เอาไปขายต่างประเทศด้วยไม่ใช่แค่เมืองไทย เพราะที่เราทำงานอยู่นี้จะมีคอมโพเนนต์เฉพาะด้าน เช่น ระบบห้องสมุด ระบบการจัดการสินทรัพย์องค์กร คิดค่าเสื่อมราคา และ Help Desk เมื่อทำงานให้กับองค์กรนี้เสร็จเราก็ทำออกมาแจกให้คนอื่นใช้ด้วยเช่นกัน เพราะจะระบุไว้เลยว่างานนี้ทำให้องค์กรนี้ใช้และเป็นโอเพนซอร์ส

ถ้าหน่วยงานอื่นๆ หากเอาไปใช้อยากมีตัวเสริมบนแมมโบก็แค่ลงขันเข้ามาให้นักพัฒนา ต่างจากเวลาที่หน่วยงานภาครัฐจ้างทำเว็บไซต์ก็ใช้ตรงนั้นที่เดียว ที่อื่นอยากเอาไปใช้ต่อก็ทำไม่ได้ ต้องกลับมาจ้างคนไปทำให้อีกนั่นก็เสียเงินเหมือนกัน งานนี้โชคดีที่คนจ้างเป็นลูกศิษย์เก่าที่เคยมาเรียนแล้วเขาเห็นความสำคัญ โดยทั้งหมดนี้ จึงเป็นข้อดีของแมมโบ เพราะเป็นโอเพนซอร์ การพัฒนาทุกอย่าง จะกลับคืนสู่ชุมชนหมดไม่ได้หายไปกับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง เงินใช้เท่ากันแต่ได้จำนวนคนใช้มากกว่า  
IT Exclusive:
พอใจกับสภาพการใช้งานแมมโบเมืองไทยขณะนี้ หรือไม่

อัครวุฒิ: จากจำนวนคนที่เอาไปใช้ และผลตอบรับที่ได้กลับมาก็มีค่อนข้างหลากหลาย แตกแขนงไปมากมาย เริ่มเห็นบริษัทพัฒนาเว็บไซต์เริ่มเอาไปใช้ ปกติหลายๆ ที่ก็เอาโอเพนซอร์สมาทำเป็นระบบหลังบ้านให้กับลูกค้ามากขึ้น แต่บางครั้งเขาก็ไม่ได้บอกลูกค้าว่าเขาใช้ CMS ตัวไหน
IT Exclusive:
ต่างชาติเขามองประเทศไทยในด้านการใช้แมมโบอย่างไร

อัครวุฒิ: เท่าที่ได้พูดคุยกันขณะนี้ เขามองประเทศไทยเหมือนโครงการนำร่องด้านการฝึกอบรมด้านโอเพนซอร์ส เมื่อก่อนคนมักจะมองว่า ถ้าใช้ CMS ก็จะเกิดธุรกิจด้านโฮสต์ติ้ง การรับจ้างวางระบบมากกว่าการสอน เพราะเขามองว่า เรื่องนี้มีเว็บไซต์ที่สอนการใช้งานอยู่แล้ว ทำไม่ต้องมานั่งเรียนด้วย ต่างจากความคิดของผมที่มองว่า “หากเรียนรู้ด้วยตัวเองบางเรื่องอาจจะต้องใช้เวลา หากมาอบรมเชิงปฎิบัติการจะใช้เวลาสั้นขึ้น เป็นเรื่องเทคนิคใน 1-2 วันย่นเวลาจากที่ต้องเรียนรู้เองไปเป็นปี ส่วนเรื่องความชำนาญคงต้องใช้เวลาฝึกฝนและลองใช้กันเอง
ขณะนี้ ในสหรัฐอเมริกาเขาก็มีเปิดสอนหลักสูตร CMS เหมือนกับเราใช้เวลา 3 วัน ใน 1 หลักสูตรของเขามีค่าใช้จ่ายประมาณ 20,000 บาทต่อวัน เทียบกับของเรา 2,500 บาทต่างกันหลายเท่า กลายเป็นค่าเช่าสถานที่ค่าอาหาร และอื่นๆ มองดูซอฟต์แวร์เช่นไมโครซอฟท์ เราต้องจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ แล้วยังต้องจ่ายเงินค่าวางระบบและอบรมการใช้งานอีกเป็นคอร์ส แต่ละคอร์สก็เป็นเงินหลายหมื่นบาท ต่างจากโอเพนซอร์สที่เอาไปใช้ฟรี หากมีปัญหาต้องการบริการต่างๆ ก็เลือกใช้ได้ เหมือนกับการซื้อบริการบำรุงรักษา
 อีกเรื่องคือ การที่เอาโอเพนซอร์สไปใช้แล้วให้เครดิตคนทำ ก็เป็นสิ่งที่อย่างน้อยก็สร้างความภูมิใจให้กับนักพัฒนา การที่เราไปโหลดของเขามาลบชื่อเขาทิ้ง แล้วใส่ชื่อตัวเองแทนนี่ไม่ควรทำ เพราะบางเท็มเพลตเขาจะใส่ว่าออกแบบโดยใคร หากไปใส่ชื่อของเราเองโดยที่ไม่ได้มีการดัดแปลงแก้ไข หรือทำให้เปลี่ยนไปจากสภาพเดิมมากนักเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น การเอาโอเพนซอร์สมาใช้หากไม่เคยบริจาค เพื่อให้กับชุมชนนักพัฒนาอยู่ต่อได้ ก็ควรจะให้เครดิตงานของพวกเขาบ้าง นี่เป็นวิธีในการสนับสนุน
IT Exclusive:
มองนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนกิจกรรม และการทำงานด้านโอเพนซอร์สอย่างไร

อัครวุฒิ: นโยบายสนับสนุนยังค่อนข้างน้อย เพราะมองเป็นตัวเงินค่อนข้างยาก โอเพนซอร์สจริงแล้วอยู่ที่การปลูกฝังกับคนรุ่นใหม่ และการปราบปรามซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ตราบใดที่ความแตกต่างระหว่างโอเพนซอร์ส และซอฟต์แวร์เถื่อนไม่ต่างกัน ก็จะอธิบายไม่ได้ว่าทำไม่ต้องใช้โอเพนซอร์ส ประหยัดมากกว่ากันแค่ไหน หากของเถื่อนยังขายเกลื่อนคงไม่มีประโยชน์
นอกจากนี้ ยังต้องให้ความรู้กับประชาชนว่า โอเพนซอร์สไม่ได้มีเพียงแค่ลีนุกซ์เท่านั้น บางคนพอได้ยินคำว่าโอเพนซอร์สก็คิดถึงแต่ลีนุกซ์ ทั้งที่ ลีนุกซ์เป็นเพียงแค่ส่วนเดียว และยากมากที่จะให้องค์กรต่างๆ หันมาใช้ลีนุกซ์ แต่การที่ทำให้คนมาใช้ CMS แทนโปรแกรม DreamWeaver หรือ .ASP ที่มีราคาแพง แต่ละแห่งที่เอาไปใช้จะต้องจ่ายเงินมากแค่ไหนหากนำไปใช้จริง การที่ภาครัฐจัดอบรม DreamWeaver หรือ PhotoShop ได้คำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่ตามมาแล้วหรือไม่ แทนที่จะจัดอบรม CMS ที่จะใช้เป็นเครื่องมือเป็นแต่ออกแบบเว็บไซต์ไม่ได้ ถนัดคอนเทนท์เขียนดีมาก แต่ออกแบบไม่ได้จะทำอย่างไร
IT Exclusive: ฝากถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์

อัครวุฒิ: ควรจะคำนึงว่า ต้องการจะเอาไปใช้ทำอะไร สิ่งที่เราต้องการบริการบนเว็บไซต์มีอะไรบ้าง ซอฟต์แวร์ที่เอามาใช้ทีมนักพัฒนามีความต่อเนื่องมากน้อยแค่ไหน เพราะผู้ใช้งานบางรายไปเลือกเอา CMS ที่เลิกพัฒนาไปแล้ว หากไม่ใช่นักพัฒนาที่สามารถเขียนโปรแกรมเองได้ เมื่อใช้ไปสักพักแล้วมีปัญหาเจอบั๊ก (BUG) ในระบบ ก็จะไม่มีใครมาแก้ปัญหาให้ แต่ถ้าเลือกเอาของที่มีชุมชนนักพัฒนาใช้อยู่ บางปัญหาก็อาจจะมีคนที่เคยเจอมาแล้ว เขาก็สามารถช่วยแก้ปัญหาตรงนั้นได้นั่นเอง

ที่มา : www.mambohub.com
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Download Core Files

Content

Open All | Close All

ขอความคิดเห็นด้วยครับ

คุณต้องการตัวช่วยใดมากที่สุด
  

เข้าระบบสมาชิก

ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
ข่าวจาก Mamboserver

จำนวนสมาชิก 569 คน
สมาชิกคนล่าสุด: demo
ผู้เยี่ยมชม: 563686
ขณะนี้มี 58 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
แลกลิงค์กันครับ


The Way Of PHP Developer ??????? Online PHP, Dreamweaver, Photoshop, ??????? thaiz.org Goangle Laithai Project Panuwat.Net เว็บไซต์ วาไรตี้แห่งใหม่ ที่มีทั้ง เกม วิดีโอ ไดอารี...
เรียน css ไทย สเต็ป : step by step click change your life Narongrit Dot Net เว็บเพื่อการแบ่งปัน ThaiPortfolio.com - Portfolio ???????????????? Get Free Shots from Snap.com php-fusion Thai Nuke-Evolution จองตั๋วเครื่องบิน,ทัวร์ต่างประเทศ,โรงแรมต่างประเทศ,ท่องเที่ยวต่างประเทศ