แรกเริ่มจากการทดลอง หาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อหัดใช้งาน PHP-Nuke ตัวนี้ ต้องยอมรับเลยครับว่า ไม่ง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น อย่างที่คิดไว้นัก ขนาดว่าตัวผมเอง ทำเว็บไซต์มานานพอสมควรแล้ว ยังต้องงมอยู่พักใหญ่ ๆ จึงจะถึงบางอ้อครับ ดังนั้น จุดประสงค์สำหรับเรื่องนี้ คือการให้คำแนะนำ รูปแบบ วิธีการติดตั้ง และเทคนิคทั่ว ๆ ไปที่ต้องนำมาใช้งาน และเทคนิคการติดตั้ง PHP-Nuke ในเบื้องต้น โดยจะแนะนำในแต่ละขั้นตอน จนกว่าคุณจะสามารถสร้างเว็บไซต์ด้วย PHP-Nuke ตัวอย่างขึ้นมา เป็นของตัวเองได้ แต่หากใครต้องการ พัฒนาหรือทำความรู้จักกับ PHP-Nuke ให้มากขึ้น ก็คงจะต้อง พยายามศึกษาหาความรู้ และทดลองปรับแต่งระบบต่าง ๆ กันเองต่อไปนะครับ
การเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่จำเป็นต่าง ๆ ไว้ให้พร้อม
ก่อนอื่น คุณจะต้องเตรียมการติดตั้งโปรแกรมต่าง ๆ ที่จำเป็นในการดาวน์โหลด แก้ไข และอัพโหลด PHP-Nuke ไปใส่ใน Server ก่อนนะครับ โดยมีรายละเอียดของซอฟต์แวร์ที่จำเป็นดังนี้
1. WinRAR สำหรับการแตกไฟล์ของ PHP-Nuke ที่ดาวน์โหลดมา 2. WinZIP สำหรับการแตกไฟล์ของ PHP-Nuke ที่ดาวน์โหลดมา 3. Edit Plus สำหรับการแก้ไขไฟล์ต่าง ๆ ของ PHP ที่เป็น Source Code 4. WS_FTP สำหรับการอัพโหลดไฟล์ PHP ที่แก้ไขแล้ว ขึ้นไปเก็บไว้ใน Server (แนะนำให้ใช้ version 7.5 ขึ้นไปครับ)
หลังจากที่ทำการติดตั้งซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่จำเป็นเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็คือ การหาดาวน์โหลด code ต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้งานของ PHP-Nuke มาเตรียมเก็บไว้ก่อนดังต่อไปนี้
เอาหละครับ หลังจากที่โหลดไฟล์ทั้งหมดมาเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว ก็จัดการแตกไฟล์ทั้งหมดด้วย WinRAR หรือ WinZIP และนำไปเก็บไว้ รวมกันที่ Folder ที่สร้างขึ้นมาใหม่สักอันได้เลยครับ โดยให้แตกไฟล์ PHP-Nuke ก่อนตามด้วย PHP-Nuke Thai Language (ถ้าจำเป็น) และ PHP-Nuke Fixed และ PHPMyAdmin ตามลำดับครับ (เพราะว่า PHP-Nuke Fixed อาจจะมีการแก้ไขไฟล์บางตัว ที่พบปัญหาให้ใหม่กว่าของเก่า จึงควรจะแตกไฟล์ออกมาทีหลัง และก็อปปี้ทับไฟล์ของเก่าไปได้เลย)
ซึ่งหลังจากที่ได้แตกไฟล์ต่าง ๆ แล้วจะได้โครงสร้างต่าง ๆ ของโฟลเดอร์และไฟล์แบบคร่าว ๆ ตามภาพครับ
จัดการเปลี่ยนชื่อ Folder ของ phpMyAdmin-2.3.3-rc1 ใหเป็นชื่อที่จำได้ง่าย ๆ ดีกว่าครับ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน เช่นอาจจะเปลี่ยนเป็น phpmyadmin ก็พอแล้วครับ (ใช้ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดด้วยก็ดีครับ)
จากนั้น คำแนะนำต่อไปของผมคือ ให้ทำการ copy ไฟล์ทั้งหมดที่อยู่ในโฟลเดอร์ html เอาออกมาเก็บไว็ที่ข้างนอกดีกว่าครับ ซึ่งเมื่อแก้ไขตรงนี้แล้ว น่าจะได้โครงสร้างของ Folder ต่าง ๆ ตามภาพของผม
ลองสังเกตุดูให้ดีนะครับ คือผมแนะนำให้ทำการ copy ไฟล์และ folder ต่าง ๆ ใน html เอาออกมาไว้ข้างนอก ซึ่งจะช่วยให้ โครงสร้าง และรูปแบบการเรียกใช้งานเว็บ จะดูดีขึ้นมากกว่าของเดิมนะครับ คือจะไม่ต้องมี subfolder ที่ชื่อ html มาต่อท้ายให้รกหูรกตาครับ
การสมัครหา free host สำหรับใช้งาน PHP-Nuke
ขั้นตอนต่อไปคือ การหา host ที่จะใช้งานกับระบบ PHP-Nuke ซึ่ง hosting ที่จะใช้งานได้นั้น จะต้องรองรับ PHP และ MySQL ด้วย เท่าที่ผมพบมา จะมีรายการของ free host ดังต่อไปนี้
สำหรับตัวอย่างที่ผมจะแสดงให้ดู จะใช้ตัวอย่างการใช้งานของ http://www.online.in.th นะครับ เพราะว่าเป็น Host ของไทยที่ค่อนข้างจะเร็วดี ไม่เสียเวลาอัพโหลดมากนัก ก่อนอื่น คุณก็ต้องเข้าไปทำการสมัครใช้งานที่ online.in.th กันก่อน และทำการ logon เข้าระบบ เพื่อกำหนดการใช้งาน MySQL กันก่อน (กรณีที่เป็น Host ที่อื่น ก็ต้องดูว่า วิธีการใช้ระบบฐานข้อมูล MySQL ต้องทำอย่างไรกันบ้างนะครับ)
สำหรับตัวอย่างการใช้งานที่ online.in.th จะต้องเข้าไปกำหนดการสร้างและใช้งานฐานข้อมูลก่อน โดยเข้าที่เว็บไซต์ http://www.online.in.th และทำการ logon เข้าไปและทำการสร้างฐานข้อมูล โดยการกดที่ "ต้องการสร้างฐานข้อมูล ? คลิกที่นี่"
ซึ่งเมื่อสร้างฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีชื่อของฐานข้อมูลแสดงให้เห็นตามตัวอย่าง
จะเห็นว่าฐานข้อมูลของผม Host=localhost และ Database Name=testnuke นะครับ จดชื่อเหล่านี้เก็บไว้ก่อนครับ หรือถ้าหากใครสมัครใช้งานที่ coolfreepages.com ก็เพียงแค่กำหนดเลือกใช้ MySQL ในขั้นตอนสมัคร และระบบจะส่ง username ของ MySQL มาให้ทางเมล์ครับ
ขั้นตอนการแก้ไขไฟล์ของระบบ PHP-Nuke ให้ตรงกับ Server และ MySQL
เอาหละครับ ต่อไปก็จะเป็นการแก้ไข config บางค่าของไฟล์ PHP-Nuke ที่ดาวน์โหลดมา โดยใช้โปรแกรม Edit Plus ดังนี้
- แก้ไขไฟล์ config.php ใน PHP-Nuke เพื่อให้ติดต่อกับฐานข้อมูลได้ตามบรรทัดต่าง ๆ ดังนี้ โดยให้นำเอา username และ password ที่ได้จากการสมัครของแต่ละคน มาใส่ในนี้ให้ถูกต้องนะครับ
ตัวอย่างการตั้งค่าของ online.in.th บรรทัดที่ 32 $dbhost = "localhost"; บรรทัดที่ 33 $dbuname = "testnuke"; บรรทัดที่ 34 $dbpass = "*******"; บรรทัดที่ 35 $dbname = "testnuke";
ตัวอย่างการตั้งค่าของ coolfreepages.com บรรทัดที่ 32 $dbhost = "localhost"; บรรทัดที่ 33 $dbuname = "nacXXXXX"; บรรทัดที่ 34 $dbpass = "*******"; บรรทัดที่ 35 $dbname = "DB_nacXXXXX";
- กรณีที่ใช้งาน PHPMyAdmin จัดการระบบฐานข้อมูลผ่านหน้าเว็บ ก็จะต้องมีการติดตั้ง PHPMyAdmin ตามที่ผมให้ดาวน์โหลดมาตั้งแต่ต้นด้วย (แต่ถ้าเป็น Host ของ online.in.th จะไม่จำเป็น เพราะมี PHPMyAdmin ให้ใช้งานอยู่แล้วโดยไม่ต้องติดตั้ง) ให้ทำการแก้ไขค่า config ต่าง ๆ ของไฟล์ config.inc.php ที่อยู่ใน phpmyadmin ตามบรรทัดต่าง ๆ ดังนี้
ตัวอย่างการตั้งค่าของ online.in.th บรรทัดที่ 39 $cfg['PmaAbsoluteUri']= 'http://www.online.in.th/testnuke/phpmyadmin/'; บรรทัดที่ 72 $cfg['Servers'][$i]['user'] = 'testnuke'; บรรทัดที่ 73 $cfg['Servers'][$i]['password'] = '*****'; บรรทัดที่ 75 $cfg['Servers'][$i]['only_db'] = 'testnuke';
ตัวอย่างการตั้งค่าของ coolfreepages.com บรรทัดที่ 39 $cfg['PmaAbsoluteUri']= 'http://XXXXX.coolfreepage.com/phpmyadmin/'; บรรทัดที่ 72 $cfg['Servers'][$i]['user'] = 'nacXXXXX'; บรรทัดที่ 73 $cfg['Servers'][$i]['password'] = '*****'; บรรทัดที่ 75 $cfg['Servers'][$i]['only_db'] = 'DB\_nacXXXXX';
หลังจากที่ทำการแก้ไขค่าต่าง ๆ เรียบร้อยไปแล้ว ต่อไปก็คือขั้นตอนของการอัพโหลดไฟล์ต่าง ๆ เข้าไปเก็บไว้ใน server นะครับ ในที่นี้ ขอบอกไว้ก่อนว่า ขนาดของไฟล์ทั้งหมดจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีไฟล์แยะมาก แนะนำให้ใช้โปรแกรม WS_FTP รุ่นที่เป็น version 7.5 หรือใหม่กว่านี้ครับ เพราะจะช่วยให้การอัพโหลดทำได้เร็วขึ้น (เวลาทั่ว ๆ ไปใช้ประมาณ 2-3 ชม. ครับ)
วิธีการอัพโหลด ก็ทำเหมือนกับการใช้งาน FTP ทั่ว ๆ ไปครับ คือหลังจากที่ติดตั้งโปรแกรม WS_FTP เรียบร้อยแล้ว ก็ทำการสร้าง user ที่จะใช้สำหรับการติดต่อผ่าน FTP โดยระบุ hostname, username และ password ที่ได้จากการสมัคร จากนั้น ก็เริ่มต้น การอัพโหลดไฟล์ทั้งหมดได้เลยครับ (ถ้าหากเป็น host ที่ online.in.th ก็ไม่จำเป็นต้องอัพโหลด phpmyadmin ก็ได้นะครับ)
จัดการเลือกไฟล์ทั้งหมด และกดที่เครื่องหมาย -> เพื่ออัพโหลดไปทั้งหมดเลยครับ รอพักใหญ่ ๆ ให้เสร็จก่อน อาจจะใช้เวลาค่อนข้างนานสักหน่อย รอให้เสร็จเรียบร้อย ในขั้นตอนของการอัพโหลดไฟล์ก่อนนะครับ
จากนั้น ทำการ chmod ของโฟลเดอร์ทั้งหมดให้เป็น 777 และ chmod ไฟล์ config.php ให้เป็น 666 โดยเลือกที่ไฟล์หรือโฟล์เดอร์ที่จะ chmod และกดเมาส์ขวา เลือก FTP Commands และ CHMOD(unix) และใส่ตัวเลขตามต้องการ
ตอนนี้ก็จบขั้นตอนของการอัพโหลดแล้วครับ
การติดตั้งและใช้งาน MySQL ผ่าน PHPMyAdmin
ขั้นตอนต่อไป คือการโหลดไฟล์ของ nuke.sql เข้าไปในระบบฐานข้อมูล โดยการใช้ phpmyadmin ครับ โดยเรียกหน้าเว็บ http://www.yourdomain.com/phpmyadmin/ หรือถ้าเป็น host ที่ online.in.th ก็เลือก logon เข้าไปที่เมนู "จัดการฐานข้อมูล MySQL" ครับ
ทำการเปิดไฟล์ nuke.sql ที่อยู่ใน sql ของ phpnuke ด้วย notepad แล้ว copy ตัวหนังสือทั้งหมดมา paste ในฟอร์ม แล้วกดที่ปุ่ม ลงมือ เพื่อทำการสร้างฐานข้อมูล
โปรแกรม phpmyadmin จะทำการสร้างฐานข้อมูลต่าง ๆ ขึ้นมาประมาณ 76 record (แล้วแต่ version ของ phpnuke)
ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด และได้ผลตามภาพข้างบนนี้ ก็เป็นอันจบขั้นตอนการติดตั้งทุกอย่างแล้ว (การโหลดไฟล์ nuke.sql นี้ถ้าใช้ phpmyadmin ก็จะเห็นหน้าตาคล้าย ๆ กับตัวอย่างด้านบนนี้เช่นกันครับ)
*** เพื่อความปลอดภัย ควรที่จะใส่รหัสป้องกันของโฟลเดอร์ phpmyadmin บน server ไว้ด้วย เพื่อไม่ให้ผู้อื่นเข้ามายุ่งกับฐานข้อมูลของเราได้ หรือจะใช้วิธีง่าย ๆ คือ เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์นี้ เป็นชื่ออื่นที่เดาได้ยาก ๆ ก็ได้ครับ ไม่ควรปล่อยไว้แบบเดิม ๆ โดยเด็ดขาด ***
การตั้งค่า Admin และการสร้าง user ต่าง ๆ ในครั้งแรกที่ใช้งาน
โดยการเรียกเข้าเว็บไซต์ครั้งแรก เราจะต้องทำการสร้าง username ของ Admin ที่จะใช้สำหรับการแก้ไขค่าต่าง ๆ ก่อนเสมอ
นี่คือหน้าตาของเว็บไซต์ เมื่อทำการเรียกเข้าในครั้งแรก ให้ทำการสร้าง user สำหรับควบคุมระบบก่อน โดยเข้าไปตามเมนู หรือจะเข้าจาก http://www.yourname.com/admin.php ก็ได้
ใส่ค่าต่าง ๆ และ password ที่ต้องการลงไป และหากต้องการให้ Admin หรือผู้ควบคุมระบบ สามารถทำการ logon ใช้งานแบบ user ธรรมดาทั่วไปได้ด้วย ก็เลือกช่องขวามือเป็น Yes ไปด้วยก็ได้ จากนั้นก็กดที่ปุ่ม Submit
หลังจากนั้น ก็จะเข้าสู่หน้าของการ Login ของ Admin เพื่อทำการแก้ไขค่าต่าง ๆ ครับ
หน้าตาของหน้าการควบคุมระบบครับ หลังจากนี้ ก็ทำการปรับแต่งค่าต่าง ๆ กันตามใจชอบได้เลยครับ
เทคนิคการแก้ไขปัญหาของ PHP-Nuke เฉพาะหน้าบางกรณี
ตรงนี้ผมได้ทำการรวบรวม ปัญหาต่าง ๆ ที่ได้พบมาจากการใช้งาน และวิธีการแก้ไขในเบื้องต้นครับ
1. ต้องการลบข้อมูลของ MySQL ออกทั้งหมด และเริ่มต้นการใช้งานใหม่ ให้เข้าไปที่ http://www.domain.com/phpmyadmin/ กดเลือกที่ชื่อฐานข้อมูลด้านบนซ้าย และทางขวามือเลือกที่ โยนทิ้ง หรือ DROP จะเป็นการลบข้อมูลทั้งหมดของ MySQL ทิ้งไป จากนั้นค่อยทำการโหลดข้อมูลจาก nuke.sql เข้าไปใหม่ครับ หรือถ้าหากไม่มีเมนู โยนทิ้ง หรือ DROP (ในบาง server) ก็ให้เลือกที่ชื่อฐานข้อมูลด้านซ้ายมือบน เลือกที่ โครงสร้าง และด้านล่าง เลือกที่ เลือกทั้งหมด แล้วเลือกเมนู โยนทิ้ง จาก listbox ที่อยู่ขวามือ กดยืนยันอีกครั้งครับ
2. เลือกใช้งาน theme บางตัวแล้วมี error และไม่สามารถทำอะไรต่อไปได้เลย ให้เข้าไปที่ http://www.domain.com/phpmyadmin/ กดเลือกที่ชื่อฐานข้อมูลด้านบนซ้าย เลือกที่ข้อมูลช่อง nuke_config จากนั้นกดที่ เลือก หรือ select ทางขวามือ เลือกที่ค่า Default_Themes และกดปุ่ม ลงมือ หรือ Go ด้านล่าง จากนั้น ให้เลือกที่ช่อง แก้ไข หรือ edit แล้วเปลี่ยนค่าของ Default_Theme ให้เป็นชื่อของ theme อันที่สามารถใช้งานได้แบบไม่มีปัญหา เช่น DeepBlue หรือ Kaput หรือดูจาก Folder ของ Themes ก็ได้ ส่วน theme ตัวไหนมีปัญหา แนะนำให้ลบทิ้งไปเลยดีกว่าครับ
3. การเปลี่ยนรหัสหน้าเว็บจาก windows-874 เป็น tis-620 สำหรับการแสดงผลภาษาไทย ให้เข้าไปทำการแก้ไขไฟล์ http://www.domain.com/language/lang-thai.php ประมาณบรรทัดที่ 19 ให้เป็น define("_CHARSET","tis-620"); แทนของเดิมที่ใส่ windows-874 อยู่ครับ แล้วอัพโหลดไปทับของเดิม
4. การสำรองข้อมูลไฟล์ MySQL เก็บไว้ ให้ทำการ Login เข้าสู่เมนู ผู้ดูแลระบบ จะมีเมนู สำรองข้อมูล ให้เลือก เมื่อกดที่ช่องนี้ ก็จะเป็นการ save ไฟล์ฐานข้อมูลทั้งหมด (ลักษณะเดียวกับ nuke.sql) ซึ่งเราสามารถสำรองไว้ และนำมาใช้งานใหม่ได้ตามข้อ 1. ครับ
ในส่วนของผมตรงนี้ ก็คงจะขอจบแต่เพียงเท่านี้ ซึ่งผมทำหน้าที่เพียงแค่ แนะนำและบอกขั้นตอนการติดตั้งให้เท่านั้น อาจจะอ่านแล้วเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ก็ทดลองศึกษากันไปนะครับ ใครสงสัย ไปตั้งคำถามไว้ในเว็บบอร์ดก็ได้ หรือถ้าหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถหาได้จากเว็บไซต์เป็นทางการต่าง ๆ คือ
|